วิธีเลือกยางรถยนต์ ฉบับมือโปร (ครบทุกด้าน ปลอดภัย คุ้มค่า)
ความรู้

วิธีเลือกยางรถยนต์ ฉบับมือโปร (ครบทุกด้าน ปลอดภัย คุ้มค่า)

การเลือกยางรถยนต์ที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องราคาหรือยี่ห้อ แต่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของคุณและคนที่คุณรักโดยตรง ยางคือจุดสัมผัสเดียวระหว่างรถกับถนน ถ้าเลือกไม่ถูกหรือใช้ยางหมดสภาพ แม้รถจะแพง เบรกจะดี ก็อาจไม่ช่วยอะไรได้ตอนฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกยางรถยนต์สำหรับขับในเมืองที่ต้องการความเงียบนุ่มสบาย ยางสำหรับขับทางไกลที่ต้องการความทนทาน หรือมองหายางราคาถูก คุณภาพดี วันนี้ ก.เจริญยางยนต์ และ ก.เจริญค็อกพิท จะพาดูว่าวิธีเลือกยางรถยนต์ให้เหมาะกับรถและการใช้งานต้องดูอะไรบ้าง

Table of Contents

สัญญาณที่บอกว่าควรเปลี่ยนยางใหม่

ก่อนจะไปดูวิธีเลือกยางรถยนต์ที่ถูกต้อง เรามาดูกันก่อนว่าเมื่อไหร่ถึงควรเปลี่ยน เพราะการขับรถด้วยยางที่หมดสภาพเท่ากับเสี่ยงชีวิตทุกครั้งที่ออกรถ

เช็กดอกยางและความลึกดอกยาง

ดอกยางคือเส้นร่องบนผิวยางที่ช่วยระบายน้ำและเพิ่มการเกาะถนน พอดอกยางตื้นลง การเกาะถนนก็จะแย่ลง โดยเฉพาะตอนฝนตก รถจะลื่นง่ายมาก มาตรฐานบอกว่าควรเปลี่ยนยางใหม่เมื่อดอกยางเหลือน้อยกว่า 1.6 มิลลิเมตร แต่จริงๆ ถ้าอยากปลอดภัยหน่อย หลายคนแนะนำให้เปลี่ยนตั้งแต่เหลือ 3 มิลลิเมตร

วิธีง่าย ๆ คือใช้เหรียญ 1 บาทเสียบลงในร่องดอกยาง ถ้าเห็นหัวเรือเต็ม ๆ แสดงว่าดอกยางตื้นเกินไปแล้ว หรือดูที่ TWI (Tread Wear Indicator) ซึ่งเป็นแถบนูนเล็ก ๆ อยู่ในร่องดอกยาง พอดอกยางสึกจนเสมอกับแถบนี้ ก็ถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว

วิธีเลือกยางรถยนต์

อายุยางและสภาพยาง

นอกจากดอกยาง อายุก็สำคัญมากเหมือนกัน แม้ยางจะยังมีดอกเหลือเยอะ แต่ถ้าเก่าเกินไป ยางก็จะเริ่มแข็ง แตกร้าว ไม่ยืดหยุ่นเหมือนเดิม โดยทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนยางทุก 5-6 ปี ไม่ว่าจะวิ่งมาแค่ไหนก็ตาม เพราะยางจะค่อย ๆ เสื่อมจากอากาศ แสงแดด ความชื้นอยู่แล้ว

ดูวันผลิตยางได้จากรหัส DOT บนขอบยาง 4 หลักสุดท้ายบอกสัปดาห์และปีที่ผลิต เช่น 2419 แปลว่าผลิตในสัปดาห์ที่ 24 ของปี 2019 นอกจากนี้ยังต้องดูรอยแตกร้าวบนผิวยาง โป่งพอง หรือบาดแผลจากของแหลมด้วย ถ้าเจออะไรแบบนี้ ไม่ต้องรอ ควรให้ช่างดูเลย

เข้าใจขนาดยางอย่างละเอียด

หลังจากรู้ว่าควรเปลี่ยนยางแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือต้องเลือกขนาดยางที่เหมาะสม ตรงนี้หลายคนมักจะงงกับตัวเลขบนขอบยาง แต่จริง ๆ มันไม่ยากอย่างที่คิด

ตัวเลขและตัวอักษรบนขอบยางคืออะไร

ลองดูที่ข้างยาง จะเห็นรหัสประมาณนี้: 205/55R16 91V แต่ละตัวมีความหมายดังนี้

  • 205 คือความกว้างของยางเป็นมิลลิเมตร
  • 55 คืออัตราส่วนความสูงของยางต่อความกว้าง (เป็นเปอร์เซ็นต์)
  • R หมายถึง Radial ซึ่งเป็นโครงสร้างยางแบบรัศมี (ยางรถยนต์สมัยใหม่เกือบทั้งหมดใช้แบบนี้)
  • 16 คือเส้นผ่านศูนย์กลางของกะทะล้อเป็นนิ้ว
  • 91 คือดัชนีน้ำหนักบรรทุก บอกว่ายางรับน้ำหนักได้สูงสุดเท่าไหร่
  • V คือดัชนีความเร็ว บอกว่ายางรองรับความเร็วสูงสุดเท่าไหร่ (V = 240 กม./ชม.)

พอเข้าใจรหัสเหล่านี้ การเลือกยางก็จะง่ายขึ้นเยอะ

วิธีเลือกยางรถยนต์

วิธีหา “ขนาดยางที่เหมาะสมกับรถของคุณ”

หลายคนอาจสงสัยว่าจะหาข้อมูลขนาดยางได้จากไหน จริง ๆ มีหลายวิธีที่ง่ายมาก

ดูคู่มือรถ – วิธีที่แม่นที่สุดคือเปิดคู่มือรถที่มาพร้อมตัวรถ ในนั้นจะบอกขนาดยางมาตรฐานที่ผู้ผลิตแนะนำ รวมถึงแรงดันลมยางที่เหมาะสมด้วย

ดูฉลากยางบนตัวรถ – ส่วนใหญ่จะติดอยู่ที่เสาประตูฝั่งคนขับ ขอบประตู หรือฝาถังน้ำมัน บนฉลากจะบอกขนาดยางทั้งหน้าและหลัง พร้อมค่าแรงดันลมที่แนะนำ ถ้าไม่แน่ใจ ลองดูที่ยางเส้นเดิมก็ได้ แต่ต้องแน่ใจว่ายางเส้นนั้นเป็นขนาดมาตรฐานจริง ๆ ไม่ใช่ของที่เจ้าของคนก่อนเปลี่ยนไว้

ประเภทของยางและการใช้งาน

การเลือกยางควรเริ่มจากการดูมาตรฐานที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนดไว้เป็นหลัก เพราะวิศวกรได้คำนวณประเภทของยางที่เหมาะสมกับน้ำหนักและช่วงล่างของรถรุ่นนั้น ๆ มาให้เรียบร้อยแล้ว การเลือกยางให้ตรงตามสเปกโรงงานจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ส่วนเรื่องความนุ่มเงียบหรือความชอบส่วนตัวนั้น สามารถนำมาพิจารณาเสริมได้ในขั้นตอนถัดไป

ลองมาดูประเภทยางต่าง ๆ ที่แบ่งตามลักษณะรถและการใช้งาน เพื่อให้เลือกได้ตรงใจและถูกต้องตามสเปกของรถเรา

ยางนุ่มเงียบ

ยางประเภทนี้นิยมมากสำหรับคนขับรถในเมืองหรือขับระยะไม่ไกล ออกแบบมาเน้นความเงียบและความนุ่มสบาย

เหมาะกับขับถนนทั่วไป – ถ้าใช้รถส่วนใหญ่ไปทำงาน ไปห้าง รับ-ส่งเด็ก ยางแบบนี้ตอบโจทย์มาก มันช่วยลดเสียงรบกวนจากถนน ขับสบาย ไม่เหนื่อยล้า โดยเฉพาะตอนติดรถหรือขับนาน ๆ

ข้อดี/ข้อเสีย – ข้อดีคือเงียบ นุ่ม ขับสบาย ราคาไม่แพงมาก เหมาะกับการใช้ทั่วไป แต่ข้อเสียคือยึดเกาะถนนอาจไม่ดีเท่ายางสปอร์ต อายุการใช้งานอาจสั้นกว่าหน่อยถ้าขับหนักหรือขับเร็ว

ยางประหยัดน้ำมัน

สำหรับคนที่ใส่ใจเรื่องค่าใช้จ่ายในระยะยาว ยางประเภทนี้น่าสนใจ ออกแบบมาให้มีแรงต้านการหมุนต่ำ

ลดแรงเสียดทาน ช่วยประหยัดน้ำมัน – ด้วยสูตรยางพิเศษและรูปแบบดอกยางเฉพาะ ยางประเภทนี้จะหมุนได้ง่ายกว่า ทำให้เครื่องยนต์ไม่ต้องทำงานหนัก ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันได้จริง โดยเฉพาะคนที่ขับไกลบ่อย การประหยัดสักไม่กี่เปอร์เซ็นต์ในระยะยาวก็คุ้มแล้ว แต่ยางประเภทนี้อาจจะนุ่มหรือยึดเกาะไม่เท่ายางประเภทอื่น และราคามักจะสูงกว่ายางทั่วไปหน่อย

ยางสปอร์ต / สมรรถนะสูง (ยาง Ultra High Performance)

ถ้าเป็นคนที่ชอบความแรง ขับเร็ว หรือให้ความสำคัญกับการควบคุมรถ ยางสปอร์ตคือคำตอบ

สำหรับขับเร็ว ควบคุมดี – ยางสมรรถนะสูงออกแบบมาให้ยึดเกาะถนนได้ดีมาก โค้งไว เบรกกระชับ รองรับความเร็วสูง ตอบสนองต่อพวงมาลัยได้แม่นยำ เหมาะสำหรับคนที่ชอบขับแบบจริงจัง หรือใช้รถในสนาม

แต่ข้อเสียก็มี ยางสปอร์ตมักจะแข็งกว่า ทำให้ความสบายลดลง เสียงดังกว่า สึกเร็วกว่า ราคาก็แพงกว่ายางทั่วไป ไม่เหมาะกับคนที่ขับเบา ๆ ในเมืองเพราะจะไม่คุ้มค่า

ยางทางเรียบ-ทางลุย (All-Terrain)

สำหรับคนที่ใช้รถกระบะหรือ SUV และมักจะขับไปทั้งถนนธรรมดาและถนนลูกรัง ดิน โคลนเป็นบางครั้ง

เหมาะกับ 4×4 / SUV – ยาง All-Terrain ออกแบบมาให้รับมือได้ทั้งสองสถานการณ์ ดอกยางจะหนาและลึกกว่ายางทั่วไป ช่วยเกาะดินและขับในสภาพถนนยากได้ดีขึ้น แต่ก็ยังขับบนถนนธรรมดาได้สบายพอสมควร เหมาะกับคนที่ชอบขับเที่ยวตามภูเขา ชายหาด หรือใช้รถในชนบท แต่ยางแบบนี้จะเสียงดังกว่าตอนขับบนถนนลาดยาง กินน้ำมันมากกว่า และราคาค่อนข้างสูง

ยางรันแฟลต (Run Flat)

นวัตกรรมยางที่เพิ่มความปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน ถูกใช้มาตรฐานในรถหลายรุ่นโดยเฉพาะรถยุโรป

ขับต่อได้แม้ยางรั่ว – จุดเด่นของยางรันแฟลตคือแม้จะถูกตะปูหรือแตก ก็ยังขับต่อไปได้ประมาณ 80 กิโลเมตรที่ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสเปกที่ผู้ผลิตยางแต่ละแบรนด์กำหนด) เพราะยางมีผนังข้างที่แข็งแรงพิเศษ ช่วยพยุงน้ำหนักรถได้แม้ไม่มีลม ทำให้ไม่ต้องจอดเปลี่ยนยางข้างถนนในที่อันตราย

ข้อเสียคือราคาแพงกว่ายางทั่วไปค่อนข้างเยอะ ขับแข็งไม่สบายเท่าไหร่ เสียงดัง และพอยางเสียจริง ๆ ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งเส้น ซ่อมไม่ได้ ไม่ใช่ทุกร้านจะมีเครื่องมือในการติดตั้งยางประเภทนี้ด้วย

ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ

การเลือกยางรถยนต์ไม่ได้จบแค่เลือกประเภท ยังมีหลายอย่างที่ต้องคิดถึงเพื่อให้ได้ยางที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด เพราะแต่ละคนขับต่างกัน

การขับขี่จริง (สไตล์ของผู้ขับ)

สไตล์การขับมีผลมากในการเลือกยาง คนละสไตล์ต้องการยางคนละแบบจริง ๆ

  • ขับในเมือง – ถ้าใช้รถส่วนใหญ่ในเมือง ติดรถบ่อย ไม่ค่อยวิ่งเร็ว ยางนุ่มเงียบหรือยางประหยัดน้ำมันน่าจะเหมาะที่สุด ไม่ต้องเสียเงินมากกับยางสปอร์ตที่ใช้ศักยภาพไม่เต็ม
  • ขับทางไกล – ถ้าขับทางไกลบ่อย ควรเลือกยางที่อายุยาว ทนทาน และยางประหยัดน้ำมันจะช่วยลดต้นทุนในระยะยาวได้เยอะ
  • ขับบนถนนเปียก – สำหรับพื้นที่ที่ฝนตกบ่อย ต้องเน้นยางที่มีดอกยางออกแบบระบายน้ำดี ป้องกันไม่ให้รถเหินน้ำ ยี่ห้อ Bridgestone, Michelin, Yokohama มักมีรุ่นที่เน้นเรื่องนี้

สภาพถนน

สภาพถนนในพื้นที่ที่อยู่มีผลต่อการเลือกยางมาก ประเทศไทยมีสองฤดูหลักคือร้อนและฝน

ยางสำหรับพื้นที่ฝนชุก – ถ้าอยู่ภาคใต้หรือที่ฝนตกบ่อย ควรเลือกยางที่มีร่องดอกยางลึกและกว้าง ช่วยระบายน้ำได้ดี ยางจากแบรนด์อย่าง Firestone หรือ Toyo Tire มีรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อสภาพถนนเปียกโดยเฉพาะช่น

ยาง All-Season – สำหรับในไทยที่ไม่มีหิมะ ยาง All-Season ทั่วไปก็เพียงพอแล้ว เพราะมันรับมือกับทั้งสภาพแห้งและเปียกได้ดี ไม่ต้องเปลี่ยนยางตามฤดูกาล

งบประมาณและการคุ้มค่า

เรื่องเงินก็สำคัญ แต่ต้องมองภาพรวมด้วย อย่าตัดสินใจจากราคาอย่างเดียว

เปรียบเทียบราคาและอายุการใช้งาน – ยางถูกอาจดูประหยัดตอนแรก แต่ถ้าสึกเร็วหรือไม่ปลอดภัย อาจต้องเสียเงินเปลี่ยนบ่อย หรือแย่กว่านั้นคือเกิดอุบัติเหตุ ในทางกลับกัน ยางแบรนด์ชั้นนำอย่าง Michelin หรือ BF Goodrich แม้จะแพงกว่า แต่อายุยาวกว่า สมรรถนะดีกว่า คิดเป็นต้นทุนต่อกิโลเมตรอาจคุ้มกว่าด้วยซ้ำ

ก.เจริญยางยนต์ ในฐานะร้านขายและให้บริการรอบด้านเกี่ยวกับยาง เราจะแนะนำยางที่เหมาะกับงบและการใช้งานของลูกค้าแบบตรงไปตรงมา เพื่อให้ลูกค้าได้ยางที่คุณภาพดีและเหมาะสมกับการใช้งานที่สุด

การรับประกันจากผู้ผลิต

การรับประกันเป็นอีกอย่างที่ต้องสนใจ เพราะมันบอกถึงความมั่นใจของผู้ผลิตในสินค้า

– ระยะเวลารับประกัน – ยางคุณภาพดีมักมีการรับประกันชัดเจน บางยี่ห้อรับประกันระยะทาง เช่น 80,000 หรือ 100,000 กิโลเมตร บางยี่ห้อรับประกันเวลา เช่น 3-5 ปี ควรอ่านให้ดีว่ารับประกันอะไรบ้าง

– เงื่อนไขการเคลม – ต้องเช็กให้ชัดว่าเงื่อนไขเป็นอย่างไร บางที่รับประกันแค่ความผิดพลาดจากการผลิต บางที่รับประกันกรณีสึกเร็วผิดปกติ บางที่ต้องสลับยางตามระยะที่กำหนดถึงจะคุ้มครอง ซื้อยางจากร้านที่น่าเชื่อถือและมีบริการหลังการขายดีจะช่วยให้เคลมประกันง่ายขึ้น

สำหรับยางแบรนด์ชั้นนำ ยางทุกเส้นมาจากบริษัทโดยตรงและทาง ก.เจริญยางยนต์ เรามีการรับประกันอุบัติเหตุจากการใช้งานยาง คุ้มครองสูงสุด 1 ปี (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละแบรนด์ยางที่เลือกใช้) พร้อมรับประกันคุณภาพจากการผลิตนานถึง 4 – 7 ปี เพื่อความมั่นใจสูงสุดในการขับขี่ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เงื่อนไขการรับประกัน

เคล็ดลับตรวจสอบยางก่อนติดตั้งจริง

ก่อนจะจ่ายเงินและให้ช่างติดตั้งยางใหม่ ยังมีเรื่องที่ควรตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าได้สินค้าที่ดีและคุ้มค่าจริง ๆ

เช็กสภาพยางทุกเส้น

อย่าประมาท แม้จะเป็นยางใหม่ก็ต้องเช็กทุกเส้น

ตรวจสอบแหล่งที่มาและการรับประกัน – เช็กว่าเป็นยางของแท้ที่ส่งตรงจากบริษัทผู้ผลิต และมีใบรับประกันคุณภาพอย่างชัดเจน เพื่อความมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยและสามารถเคลมสินค้าได้หากพบปัญหาจากการผลิต

ปริมาณดอกยางเท่ากันหรือไม่ – ตรวจดูว่าดอกยางทั้ง 4 เส้นมีความลึกเท่ากัน ไม่มีรอยชำรุด ไม่มีตำหนิจากการขนส่งหรือจัดเก็บ

ไม่ควรติดตั้งยางที่ขนาดต่างกันมาก

หลายคนอาจอยากประหยัดโดยซื้อยางแค่ 1-2 เส้น แต่ต้องระวังเรื่องขนาดและประเภทยาง

ความปลอดภัยและการทรงตัว – การใช้ยางที่มีขนาด ยี่ห้อ หรือรุ่นต่างกันมากในรถคันเดียวอาจทำให้รถเสียการทรงตัว ล้อบางข้างอาจหมุนเร็วหรือช้ากว่า ส่งผลต่อระบบเบรก ระบบกันสะเทือน ABS ทำงานผิดปกติ ในกรณีฉุกเฉินอาจควบคุมรถไม่ทัน แม้จะเป็นยางขนาดเดียวกัน แต่ถ้าดอกยางเส้นหนึ่งเหลือ 80% อีกเส้นเหลือแค่ 30% ก็มีผลเหมือนกัน เลยควรเปลี่ยนยาง 4 เส้นพร้อมกันถ้าทำได้

คำถามที่ถามบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ วิธีเลือกยางรถยนต์

นอกจากเนื้อหาหลักที่เราได้พูดถึงไปแล้ว เรารวบรวมคำถามที่ลูกค้ามักจะถามบ่อย ๆ เกี่ยวกับการเลือกยางรถยนต์มาตอบให้ เผ่าว่าจะช่วยตอบข้อสงสัยที่คุณอาจมีอยู่ได้ 

1. เปลี่ยนยางทุก 4 เส้นพร้อมกันจำเป็นไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าเงินพอและยางทั้ง 4 เส้นใกล้หมดอายุพอกัน การเปลี่ยนพร้อมกันคือทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะทำให้รถมีสมรรถนะสม่ำเสมอทุกด้าน ควบคุมรถได้ดี ปลอดภัยที่สุด แต่ถ้ายางเสียแค่ 1-2 เส้น ส่วนที่เหลือยังดีอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหมด เพียงแต่ควรเลือกยางที่เป็นยี่ห้อ รุ่น ขนาดเดียวกันหรือตามสเปคของรถที่กำหนดมาจากผู้ผลิต

2. ยางมือสองดีไหม?

ไม่แนะนำจริง ๆ แม้จะถูกกว่ามาก แต่คุณไม่รู้ว่ายางผ่านอะไรมา เคยเจอโคลน ตะปู หรือถูกซ่อมมาแล้วหรือเปล่า การเสี่ยงด้วยชีวิตเพื่อประหยัดไม่กี่พันไม่คุ้มค่า ยิ่งถ้าเป็นยางที่ถอดมาจากต่างประเทศ อายุอาจเยอะแล้วโดยที่เราไม่รู้ เลือกยางใหม่จากร้านที่เชื่อถือได้ปลอดภัยกว่า ที่ ก.เจริญยางยนต์ มียางคุณภาพดีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกในราคาที่เป็นธรรม พร้อมบริการตรวจสอบสภาพยางฟรีด้วย

3. ควรเช็กแรงดันลมยางบ่อยแค่ไหน?

แนะนำให้เช็กอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือก่อนเดินทางไกล การสูบลมยางให้ถูกต้องตามค่าที่ผู้ผลิตรถแนะนำมีผลต่อความปลอดภัย อายุยาง และการประหยัดน้ำมันด้วย ยางที่ลมน้อยเกินไปจะทำให้ยางสึกไว รถกินน้ำมันมากขึ้น เสี่ยงต่อการระเบิดตอนร้อน ในทางกลับกัน ยางที่สูบลมแน่นเกินไปจะทำให้ขับไม่นุ่ม ยางกระแทกถนนจนเสียหาย เบรกห่างขึ้นเพราะพื้นที่สัมผัสถนนน้อยลง

4. ยางไหนดีที่สุดสำหรับรถเก๋ง?

ไม่มียางที่ “ดีที่สุด” เพราะขึ้นอยู่กับการใช้งานจริง แต่สำหรับรถเก๋งทั่วไปที่ขับในเมือง ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมสูงและมีสมดุลที่ดีระหว่างคุณภาพกับราคา ได้แก่ Michelin Primacy ซึ่งมีจุดเด่นที่ความเงียบ นุ่มสบาย ประหยัดน้ำมัน และอายุการใช้งานยาว 

5. ยางราคาไม่เกิน 4,000 บาท มีอะไรแนะนำบ้าง?

ในช่วงราคานี้มีทางเลือกที่น่าสนใจหลายยี่ห้อ โดยเฉพาะสำหรับรถเก๋งขนาดเล็กถึงกลางที่ขับในเมือง ยางที่ได้รับความนิยมและมีคุณภาพดี ได้แก่ 

– Bridgestone Ecopia EP150 – เน้นประหยัดน้ำมัน เงียบ เหมาะกับขับในเมือง 

– Dayton DT30 – ดอกยางดี ราคาสมเหตุสมผล 

– Firestone รุ่น F01 – คุณภาพมั่นคง มาจากกลุ่ม Bridgestone

ยางทุกยี่ห้อจาก ก.เจริญยางยนต์ และ ก.เจริญค็อกพิท มีรับประกันยางจากบริษัทโดยตรงทุกเส้น จึงมั่นใจเรื่องความปลอดภัยได้แม้ราคาจะไม่แพง แต่ต้องระวังว่าราคาจะขึ้นลงตามขนาดยางด้วย ขนาดเล็กอาจอยู่ในงบ แต่ขนาดใหญ่อาจมีราคาแพงขึ้น ที่ ก.เจริญยางยนต์ เรามียางคุณภาพหลายระดับราคาให้เลือก พร้อมให้คำปรึกษาแบบตรงไปตรงมาว่ายางไหนคุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ ด้วยประสบการณ์กว่า 42 ปี เราเข้าใจดีว่ายางแบบไหนเหมาะกับรถและงบประมาณแบบไหน

6. ยาง Bridgestone กับ Michelin ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีคุณภาพสูง แต่มีจุดเด่นต่างกัน

Bridgestone 

  • จุดเด่นคือความทนทานและอายุการใช้งานยาว
  • ราคาค่อนข้างกลางๆ ไม่แพงจนเกินไป
  • มีรุ่นให้เลือกเยอะ ครอบคลุมทุกระดับราคา
  • เหมาะกับคนที่ต้องการยางที่เชื่อถือได้ ใช้งานทนนาน 

Michelin

  • จุดเด่นคือความยึดเกาะถนนและความปลอดภัยระดับสูง
  • เงียบและนุ่มสบายกว่าเล็กน้อย
  • ราคาสูงกว่า Bridgestone ประมาณ 10-20%
  • เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดร้อน 

สรุป: ถ้างบพอและอยากได้ความปลอดภัยสูงสุด เลือก Michelin ถ้าอยากได้ความคุ้มค่าและความทนทาน เลือก Bridgestone ทั้งสองยี่ห้อไม่มีผิดหวัง ขึ้นอยู่กับลำดับความสำคัญและงบประมาณของคุณเท่านั้น ที่ ก.เจริญยางยนต์ เรามีทั้งสองยี่ห้อพร้อมให้บริการ และช่างของเราจะช่วยแนะนำอย่างตรงไปตรงมาว่าอันไหนเหมาะกับคุณมากกว่า

7. เปลี่ยนยางที่ไหนดี ราคาเท่าไหร่?

การเปลี่ยนยางที่ดีควรเลือกร้านที่มีคุณสมบัติดังนี้

เลือกร้านที่:

  • มีช่างที่มีประสบการณ์และผ่านการอบรม
  • มีเครื่องมือครบครัน โดยเฉพาะเครื่องถ่วงล้อที่ทันสมัย
  • เป็นตัวแทนจำหน่ายหรือศูนย์บริการที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิต
  • ให้คำแนะนำตรงไปตรงมา ไม่ขายของแพงเกินจริง
  • มีบริการหลังการขาย เช่น สลับยางฟรี ตรวจเช็กฟรี

เรื่องราคา:

  • ค่าถอด-ติดตั้ง ถ่วงล้อ ลมไนโตรเจน อยู่ที่ประมาณ 100-200 บาทต่อเส้น
  • บางร้านแถมบริการถอด-ติดฟรี หรือมีโปรโมชั่นซื้อครบ 4 เส้น 

ที่ ก.เจริญยางยนต์ เรามียางครบทุกยี่ห้อในราคาที่จับต้องได้ ทั้ง Bridgestone, Michelin, Pirelli, Continental, Yokohama, Dunlop, Firestone, BF Goodrich, Goodyear, Hankook, Maxxis, Toyo และ Kumho พร้อมบริการตรวจสอบสภาพยางฟรี ถอดติดตั้ง ถ่วงล้อ พร้อมบริการหลังการขายอย่างสลับยางฟรีทุก 10,000 กิโลเมตร และเติมลมไนโตรเจนฟรี รวมถึงมีการรับประกันอุบัติเหตุจากการใช้งานและการรับประกันคุณภาพจากผู้ผลิตโดยตรง แถมยังมีบริการเปลี่ยนยางนอกสถานที่ด้วยเครื่องมือครบครัน ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล เราพร้อมให้บริการด้วยประสบการณ์กว่า 42 ปี สามารถปรึกษาหรือสอบถามราคาได้ตามช่องทางที่สะดวก

สรุป วิธีเลือกยางรถยนต์

การเลือกยางรถยนต์ที่ดีต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเปลี่ยน เข้าใจขนาดและประเภทยาง คิดถึงการใช้งานจริงและงบประมาณ ยางคือสิ่งเดียวที่เชื่อมรถกับถนน การลงทุนกับยางที่เหมาะสมคือการลงทุนกับความปลอดภัย ที่ ก.เจริญยางยนต์ มียี่ห้อชั้นนำครบ พร้อมบริการตรวจสอบฟรี สลับยางฟรีทุก 10,000 กม. และบริการนอกสถานที่ อย่ารอให้ยางแตกถึงจะมาสนใจ เริ่มดูแลยางตั้งแต่วันนี้ เพราะการเดินทางที่ปลอดภัยเริ่มต้นที่การเลือกยางที่ใช่

ลูกค้าของเรามีความคิดเห็นอย่างไร? 

“บริการรวดเร็ว พนักงานเป็นกันเอง พื้นที่รอสะอาดสบาย ราคายุติธรรมค่ะ”

— คุณ Chutikorn P.

“แนะนำเลยครับ รถทุกคันของผมต้องมาเปลี่ยนยางที่นี่ เป็นลูกค้ามา 10 ปีแล้ว ไม่มีข้อสงสัยเลย 👍🏻”

— คุณ Napat P. | ลูกค้าประจำกว่า 10 ปี

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความนี้จัดทำโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจาก ก.เจริญยางยนต์ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2526 จากความรักและความชื่นชอบในด้านยานยนต์ เราเริ่มต้นจากร้านยางเล็ก ๆ ที่มุ่งมั่นให้บริการด้วยใจ และวันนี้หลังจากผ่านมากว่า 42 ปี เราได้ขยายเป็น 2 สาขา คือ ก.เจริญยางยนต์ และ ก.เจริญค็อกพิท พร้อมด้วยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และทีมงานที่เพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปคือความตั้งใจที่จะใส่ใจให้บริการลูกค้าทุกท่านเหมือนกับวันแรกที่เราเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นบริการเปลี่ยนยางที่ร้าน หรือบริการเปลี่ยนยางนอกสถานที่ เราพร้อมให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญและความจริงใจเสมอ

สาขา ก.เจริญยางยนต์

ที่อยู่: ก. เจริญยางยนต์ (สาขาสุขุมวิท 91)

เปิดบริการ: วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 08:30 – 18:00 น. 

เบอร์โทร: 02 331 9911, 02 331 8882-4

Line: @kc4418

สาขา ก.เจริญค็อกพิท

ที่อยู่: ก. เจริญค็อกพิท (บริษัท ก.เจริญค็อกพิท จำกัด)

เปิดบริการ: วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 08:30 – 18:00 น. 

เบอร์โทร: 02 393 3356, 086 318 1401

Line: @kcockpit

SHARE THIS STORY

new details new details

RELATES TAGS

ประเภทรถยนต์

เนื้อหาเพิ่มเติม

News 1
ความรู้

Honda HRV โดดเด่นอย่างไร ทำไมคนจึงนิยม

อ่านเพิ่มเติม →
News 1
ความรู้

รับเปลี่ยนยางนอกสถานที่ ใกล้ฉัน โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ บริการด่วนถึงที่ (K Tyre Express)

อ่านเพิ่มเติม →
News 1
ความรู้

วิธีเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ ทำตามง่าย Step by Step

อ่านเพิ่มเติม →
News 1
ความรู้

วิธีเลือกยางรถยนต์ ฉบับมือโปร (ครบทุกด้าน ปลอดภัย คุ้มค่า)

อ่านเพิ่มเติม →